มหิดลส่ง 2 นวัตกรรมหุ่นยนต์รับมือโควิด-19

ม.มหิดล ส่ง 2 นวัตกรรมหุ่นยนต์ ช่วยเก็บขยะติดเชื้อ และส่งอาหาร-ยาในหอผู้ป่วย เพื่อลดความเสี่ยงให้บุคลากรการแพทย์ในการรับมือโควิด-19

รศ.ดร.จักรกฤษณ์ ศุทธากรณ์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เกิดฐานวิถีชีวิตใหม่หรือ New Normal ปริมาณขยะติดเชื้อจากหน้ากากและอุปกรณ์ในโรงพยาบาลเพิ่มมากขึ้น  

ในขณะที่ปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ทำให้เกิดภาระงานหนักและมีความเสี่ยงมากขึ้นต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 และโรคระบาดต่างๆที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้นทีมวิจัยจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.มหิดล จึงร่วมกับศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล สร้าง 2 นวัตกรรมหุ่นยนต์ คือหุ่นยนต์เวสตี้ (Wastie) สำหรับเก็บขยะติดเชื้อในโรงพยาบาลและโรงพยาบาลภาคสนาม และหุ่นยนต์ฟู้ดดี้ (Foodie) สำหรับส่งอาหาร-ยาในหอผู้ป่วยขึ้น โดยใช้แพลตฟอร์มเทคโนโลยีอัตโนมัติ AGV (Automated Guide Vehicle) เพื่อรองรับงานหนักและงานเสี่ยงอันตรายในระบบการทำงานขนส่งในโรงพยาบาลให้มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากขึ้น

ทั้งนี้การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AGV ในงานบริการสาธารณสุข จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการลดการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่อาจประทุเป็นระลอกใหม่ และเป็นแรงขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวเป็นผู้นำบริการเฮลท์แคร์และอุตสาหกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ (New S-Curve) ยกระดับการพัฒนาโรงพยาบาลอัจฉริยะ (Smart Hospital) พัฒนากำลังคนและลดการนำเข้าเทคโนโลยี AGV และซอฟต์แวร์ปีละกว่า 200 ล้านบาท

ด้าน ดร.เอกชัย วารินศิริรักษ์ หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และหัวหน้าโครงการเอจีวีแพลตฟอร์มเทคโนโลยีสำหรับงานบริการในสถานประกอบการสาธารณสุข กล่าวว่า หุ่นยนต์เวสตี้ สำหรับเก็บขยะติดเชื้อประกอบด้วย AGV แบบระบบนำทางด้วยเทปแม่เหล็ก และแขนกล(CoBot) สำหรับยกถังขยะโหลดขึ้น โดยมีระบบกล้อง Machine Vision ในการจำแนกประเภทวัตถุและตำแหน่ง การยกแต่ละครั้งได้สูงสุด 5 กิโลกรัม ส่วนของ AGV สามารถรับน้ำหนักบรรทุกได้ถึง 500 กิโลกรัม ความเร็วในการเคลื่อนที่ไม่ต่ำกว่า 8 เมตรต่อนาที ใช้ระบบนำทางแบบ Magnet โดยติดเทปแถบแม่เหล็กไว้ที่พื้นเป็นเส้นนำทาง การทำงานหุ่นยนต์จะเคลื่อนที่ไปตามแนวเส้นนำทาง การทำงานเริ่มจากขดลวดกระตุ้นผลิตสนามแม่เหล็กไฟฟ้า โดยที่มีชุดตรวจจับคอยตรวจจับทำให้การเคลื่อนที่มีความเที่ยงตรงและแม่นยำ เมื่อถึงจุดรับขยะจะอ่านบาร์โค้ดแล้วยกถังขยะติดเชื้อไปยังกระบะจัดเก็บ หากใช้ใน 4 โรงพยาบาลจะสามารถขนส่งขยะติดเชื้อได้ประมาณ 10 ตันต่อวัน ช่วยลดปัญหาของการหยุดชะงักของการบริการขนส่งจากปัญหาการติดเชื้อของบุคลากรได้มากกว่า 50 %

สำหรับหุ่นยนต์ฟู้ดดี้ ที่ใช้ในการส่งอาหาร-ยาในหอผู้ป่วยจะเป็นการตอบโจทย์วิถีใหม่ของบุคคลากรทางการแพทย์ ลดการสัมผัสตรงกับผู้ป่วยรวมทั้งงานหนักที่ต้องใช้คนและเวลามากในโรงพยาบาล หุ่นยนต์ดังกล่าวใช้ระบบนำทางอัจฉริยะด้วยข้อมูลแผนที่ในตัวหุ่นยนต์แบบ QR-Code Mapping รับน้ำหนักได้ถึง 30-50 กิโลกรัม ความเร็วในการเคลื่อนที่ 8 เมตรต่อนาที หุ่นยนต์ประกอบด้วยชุดขับเคลื่อนที่นำทางด้วยการใช้กล้องอ่าน QR Code บนพื้น โดย AGV จะเคลื่อนที่ตามที่ได้โปรแกรมไว้ และจดจำพิกัดและคำสั่งตามที่บันทึกไว้ในแต่ละ QR-Code ในส่วนของระบบการส่งอาหาร เน้นการขนส่งครั้งละมาก ๆ และการออกแบบกลไกอัตโนมัติให้ส่งถาดอาหารเข้าสู่จุดหมายแบบไม่ต้องมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง สามารถนำส่งอาหาร 3 มื้อ เวชภัณฑ์และอุปกรณ์ไปยังห้องผู้ป่วยประมาณ 200 คน ต่อวัน รวมทั้งการนำกลับ

ดร.เอกชัย กล่าวว่า การพัฒนาซอฟต์แวร์ถือเป็นหัวใจของการควบคุมนวัตกรรมหุ่นยนต์ขนส่งวัสดุแบบอัตโนมัติทั้ง 2 แบบ เพื่อการจัดลำดับงาน การกำหนดเส้นทางจราจร การจัดเก็บข้อมูลเฉพาะของ รวมถึงการผสานการใช้อุปกรณ์แขนกลในการหยิบจับสิ่งของได้อย่างสะดวก และใช้การผสานกลไกตามหลักฟิสิกส์ (Karakuri) เข้ามาในการขนถ่ายสิ่งของแบบหลักการแรงโน้มถ่วง (ไม่มีไฟฟ้าในระบบ) เป็นการทดแทนการขนถ่ายสิ่งของแบบไม่มีมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์   

ซึ่งทีมวิจัยได้ศึกษาวิเคราะห์และออกแบบสร้างแฟลตฟอร์ม ควบคู่กับการจัดประเภทของฮาร์ดแวร์หุ่นยนต์และ AGV ตามหลักวิศวกรรมและโลจิสติกส์ ส่วนการเชื่อมต่อหุ่นยนต์กับระบบไอโอทีของเจ้าหน้าที่ รพ.เพื่อการรายงานและควบคุมมีการเร่งดำเนินการให้ระบบทำงานได้อย่างสมบูรณ์

นพ.สมชาย ดุษฎีเวทกุล หนึ่งในทีมผู้วิจัย และรองผู้อำนวยการศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล กล่าวว่า ช่วงที่ผ่านมา ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก ได้รับผู้ป่วยโรคโควิด-19 เข้ารักษาจำนวน 60 คน ขณะนี้หายป่วยและกลับบ้านได้ทั้งหมดแล้ว ผู้ป่วย 1 คน ต้องมีเจ้าหน้าที่เข้าไป 2 คน 3 มื้อรวมเป็น 6 คน และยังมีแม่บ้านเก็บขยะติดเชื้ออีก 1 คน ทุกคนต้องสวมชุด PPE การใช้หุ่นยนต์เวสตี้เก็บขยะติดเชื้อ และหุ่นยนต์ฟู้ดดี้ส่งอาหาร-ยา จะเป็นประโยชน์มากช่วยลดความเสี่ยงติดเชื้อ ลดความสิ้นเปลืองชุด PPE ทั้งสามารถขนส่งชิ้นส่วนที่มีน้ำหนักได้มากกว่าหุ่นยนต์ทั่วไปและคุ้มค่าต่อคาบเวลาในการขนส่งใน รพ.อีกทั้งมีความแม่นยำของการขนส่งในเส้นทางที่เป็นกิจวัตรประจำ สามารถหยุดตามสถานี เพื่อทำงานในโหมดที่มีคำสั่งที่แตกต่างกันได้ ขณะเดียวกันก็มีความยืดหยุ่นในการปรับแต่งเส้นทางใหม่หากมีการปรับเปลี่ยน โครงสร้างแข็งแรงและทำงานได้อย่างรวดเร็วสอดคล้องกับลักษณะงานของโรงพยาบาล คาดว่าจะสามารถทดแทนการใช้แรงงานบุคลากรได้มากกว่า 30%

ที่มา: Dailynews.co.th

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here