สิ้นสุดการรอคอย 31 ปี!! วันนี้เปิดรถไฟฟ้าสายสีแดง

นายกฯ กดปุ่มออนไลน์เปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง สิ้นสุดการรอคอย 31 ปี นั่งฟรี 3 เดือน ต้นปีหน้าใช้บัตร EMV แตะนั่งรถไฟฟ้าสายสีแดงต่อสายสีน้ำเงินฉิว ขณะที่ ธ.ค.นี้ ใช้แตะสีแดงระบบเดียวไปก่อน “คมนาคม” ลุยเคาะค่าโดยสารต่อกม. คาด ต.ค.ประกาศโครงสร้างค่าโดยสารต่อสถานีชัดๆ ก่อนเก็บจริง พ.ย.64

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 ส.ค.64 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดให้ประชาชนทดลองใช้บริการเดินรถโครงการระบบรถไฟชานเมืองสายสีแดง (Soft Opening) ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะทาง 26 กิโลเมตร (กม.) และบางซื่อ-ตลิ่งชัน ระยะทาง 15 กม. ผ่านระบบออนไลน์ ที่ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม และผู้บริหารกระทรวงคมนาคม ร่วมพิธีเปิดที่สถานีกลางบางซื่อ ทั้งนี้จะเปิดให้ประชาชนใช้บริการฟรี 3 เดือน (ส.ค.-ต.ค.64) ก่อนเก็บค่าโดยสารเดือน พ.ย.64 ประมาณ 12-42 บาท ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ชานเมืองที่จะเดินทางเข้ามายังกลางเมืองกรุงเทพฯ และผู้ที่จะเข้ามารับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่ศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อด้วย ถือว่าสิ้นสุดการรอคอยที่มีมาอย่างยาวนานถึง 31 ปี หากนับตั้งแต่เป็นโครงการโฮปเวลล์ที่เริ่มก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 33

อย่างไรก็ตามในระยะแรก รถไฟฟ้าสายสีแดงจะเปิดให้บริการเที่ยวแรกเวลา 06.00 น. และเที่ยวสุดท้ายออกจากสถานีต้นทาง เวลา 19.30 น. ให้บริการวันละ 77 เที่ยว/เส้นทาง รองรับผู้โดยสารได้ประมาณ 1,600 คน/ขบวน สำหรับเส้นทางบางซื่อ-รังสิต ส่วนช่วงบางซื่อ-ตลิ่งชัน รองรับได้ 1,100 คน/ขบวน ออกเดินรถทุก 15 นาทีในชั่วโมงเร่งด่วน และทุก 30 นาทีนอกชั่วโมงเร่วด่วน ประชาชนมาใช้บริการได้ที่ประตู 1 สถานีกลางบางซื่อ หากมาจากรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สามารถมาต่อรถไฟสายสีแดงได้ที่สถานีบางซื่อ โดยเดินผ่านอุโมงค์เชื่อมต่อมายังสถานีกลางบางซื่อ ทั้งนี้เนื่องจากระยะแรกเปิดให้ใช้บริการฟรี ก่อนเข้าระบบรถไฟสายสีแดง ต้องสแกนคิวอาร์โค้ดบริเวณทางเข้า และสแกนคิวอาร์โค้ดอีกครั้งบริเวณทางออก

รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณากำหนดโครงสร้างค่าโดยสารต่อกม. โดยจะรอเก็บข้อมูลค่าใช้จ่ายจริงจากการให้บริการในเดือน ก.ย.64 ก่อน ซึ่งจะนำค่าใช้จ่ายจริงหารด้วยจำนวนตั๋ว จะทำให้ทราบว่าแต่ละสถานีต้องเก็บค่าโดยสารเพิ่มขึ้นในอัตราเท่าใด เช่น สถานีแรก 12 บาท สถานีต่อไปอาจเก็บเพิ่มเป็น 14 บาท แต่ทั้งหมดตลอดสายค่าโดยสารต้องไม่เกิน 42 บาท โดยคาดว่าจะประกาศอัตราค่าโดยสารแต่ละสถานีได้ในเดือน ต.ค.นี้ อย่างไรก็ตามจากข้อมูลการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าของคนกรุงเทพฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 10.7 กม. หรือประมาณ 7 สถานี นายศักดิ์สยามจึงให้พิจารณาค่าโดยสารอย่างรอบคอบ เหมาะสม และเป็นธรรม โดยกำชับให้พิจารณาแบบไม่เน้นกำไร แต่ต้องไม่ขาดทุน

รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ส่วนการนำระบบ EMV (Europay Mastercard and Visa) มาใช้ชำระค่าโดยสารรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) นั้น เบื้องต้นจากการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงคมนาคม และธนาคารกรุงไทย ได้ข้อสรุปว่า จะเริ่มใช้ระบบ EMV กับรถไฟฟ้าสายสีแดงได้ก่อนในเดือน ธ.ค. 64 ส่วนการใช้ข้ามระบบโดยเฉพาะการเชื่อมระบบกับรถไฟฟ้า MRT ทั้งสายสีน้ำเงิน และสายสีม่วง ของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) คาดว่าจะเริ่มประมาณเดือน ก.พ.65 จากนั้นจะใช้บริการกับขนส่งสาธารณะในระบบอื่นต่อไป ซึ่งจะเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้แก่ประชาชน

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า กระทรวงคมนาคมมอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) และ รฟม. นำเรื่องการจัดเก็บค่าแรกเข้าในการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างรถไฟฟ้าสายสีแดง กับรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ไปประกอบการกำหนดเงื่อนไขไม่มีค่าแรกเข้าระบบในร่างสัญญาสัมปทานของโครงการรถไฟฟ้าที่จะเปิดให้บริการ หรือมีการแก้ไขสัญญาสัมปทานในอนาคต เพื่อให้ผู้ใช้บริการที่เดินทางเปลี่ยนถ่ายระหว่างเส้นทางรถไฟฟ้าในโครงข่ายทั้งหมด ถูกจัดเก็บค่าโดยสารที่มีค่าแรกเข้าของรถไฟฟ้าที่เดินทางเข้าระบบแรกเพียงครั้งเดียว ทั้งนี้ในระยะแรกมีแนวโน้มว่าหากเดินทางจากรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินมาต่อสายสีแดง ทางสายสีแดงจะไม่เก็บค่าแรกเข้าซ้ำอีก แต่หากเดินทางจากรถไฟฟ้าสายสีแดงมาต่อสายสีน้ำเงิน อาจต้องเสียค่าแรกเข้าใหม่อีกครั้ง เนื่องจากสัญญาสัมปทานของรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน จัดทำมาก่อนที่สายสีแดงจะเปิดให้บริการ และไม่ได้กำหนดไว้ว่าให้ยกเว้นค่าแรกเข้าเมื่อเดินทางมาจากรถไฟฟ้าสายอื่นที่ไม่ใช่ของ รฟม.

ที่มา: dailynews.co.th

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here