”กองทุนประกันสังคม”เพิ่มความมั่นคง

การบริหารการลงทุนกองทุนประกันสังคม ผลการดำเนินงานปี 2561 มีผลตอบแทน 55,600 ล้านบาท อัตราผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีอ้างอิง เพิ่มความมั่นคงให้แก่ผู้ประกันตน

นางสาวอำพันธ์ ธุววิทย์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า การบริหารเงินลงทุนกองทุนประกันสังคม ผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา ตั้งแต่เดือนมกราคม ถึง เดือนธันวาคม ปี 2561 กองทุนประกันสังคมมีเงินลงทุนรวม 1,908,787 ล้านบาท นำไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูง ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ และหุ้นกู้เอกชน จำนวน 1,517,523 ล้านบาท คิดเป็น 79.50 เปอร์เซนต์ของเงินลงทุน และลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ได้แก่ ตราสารหนี้ หน่วยลงทุน และหุ้นสามัญ จำนวน 391,264 ล้านบาท คิดเป็น 20.50 เปอร์เซนต์ ของเงินลงทุน

ผลการดำเนินงานของกองทุนประกันสังคมปี 2561 มีผลตอบแทน จำนวน 55,600 ล้านบาท ทำให้กองทุนประกันสังคมในภาพรวมมีอัตราผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีอ้างอิง เพราะเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าดัชนีอ้างอิง รวมทั้งเลือกลงทุนในหลักทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าอุตสาหกรรมในกลุ่มพาณิชย์และกลุ่มอาหาร

กองทุนประกันสังคม เป็นภารกิจการดูแลของสำนักงานประกันสังคม ในการจัดเก็บเงินสมทบ จ่ายสิทธิประโยชน์ และนำเงินไปลงทุน เพื่อสร้างหลักประกันแก่ผู้ที่อยู่ในระบบประกันสังคมให้ได้รับประโยชน์สูงสุด การจัดเก็บเงินสมทบเข้ากองทุนนั้น มาจาก 3 ส่วนด้วยกัน คือ ผู้ประกันตน 5 % สถานประกอบการ 5 % และรัฐบาล 2.75 % เมื่อผู้ประกันตนจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนแล้ว ก็จะได้รับความคุ้มครองทั้งหมด 7 กรณี คือ 1. กรณีเจ็บป่วย 2. กรณีคลอดบุตร 3. กรณีเสียชีวิต 4. กรณีทุพพลภาพ 5. กรณีสงเคราะห์บุตร 6.กรณีว่างงาน และ 7. กรณีชราภาพ ผู้ประกันตนที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ทั้ง 7 กรณี จะต้องเป็นผู้ประกันตนที่อยู่ในมาตรา 33 และ มาตรา 39

การจัดสรรเงินกองทุนจากเงินสมทบของผู้ประกันตน และสถานประกอบการ จะแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ คือ แบบเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข และแบบเงินออม เงินสมทบจากสถานประกอบการ 5 % และผู้ประกันตน 5 ของค่าจ้าง 5% แบ่งป็น 2 % แรกเป็นแบบเฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข ให้ความคุ้มครองในเรื่องของกรณีเจ็บป่วย กรณีคลอดบุตร กรณีเสียชีวิต กรณีทุพพลภาพ และกรณีว่างงาน ส่วน 3 % เป็นแบบการออม ซึ่งจะเป็นบําเหน็จ และ บำนาญ ซึ่ง 3% นี้จะได้คืนหมด เท่ากับว่าผู้ประกันตนที่ส่งเงินสมทบเข้ามาในระบบกองทุนประกันสังคม จ่ายเงินสมทบมา 5 % จะได้คืน3 % และบวกอีก 3 % ของสถานประกอบการที่สมทบให้แล้วบวกด้วยดอกผลที่ประกันสังคมจ่ายในแต่ละปี

“กรณีแบบ เฉลี่ยทุกข์ เฉลี่ยสุข จะนำเงินไปลงทุนในระยะสั้น แต่ในส่วน 3 % ที่เป็นเงินออม จะนำเงินไปลงทุนในระยะยาว เพราะใน 3 % ของลูกจ้างบวกด้วย 3 % ของนายจ้าง เป็นส่วนของเงินออม เมื่อถึงเงื่อนไขสิทธิชราภาพ ทุกคนต้องได้เงินคืนหมด ตรงนี้ก็เป็นอีกภารกิจหนึ่งสำคัญ ที่สำนักงานประกันสังคมจะต้องดำเนินการ นำเงินไปลงทุนให้เกิดดอกผล เพื่อสร้างหลักประกันที่มั่นคงให้แก่ผู้ประกันตน “ นางสาวอำพันธ์กล่าว

ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใสของสำนักงานประกันสังคม ได้มีการเปิดเผยข้อมูลต่างๆ อาทิ จำนวนการใช้บริการของผู้ประกันตน ทั้ง 7 กรณี อัตราการใช้บริการทางการแพทย์ สิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน รวมทั้งข้อมูลการลงทุน ผ่านเว็บไซต์สำนักงานประกันสังคม www.sso.go.th เพื่อให้เกิดการรับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ และเพื่อความโปร่งใสในการดำเนินงาน

สำนักงานประกันสังคม ขอให้ผู้ประกันตนมีความเชื่อมั่นในการบริหารกองทุนและสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความมั่นคงให้แก่กองทุนประกันสังคมสามารถรองรับค่าใช้จ่ายในการดูแลและพัฒนาสิทธิประโยชน์กลับคืนสู่ผู้ประกันตน ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตต่อไป

ที่มา: dailynews

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here