วิศวะ ม.มหิดลโชว์ 3 นวัตกรรมรับมือไวรัสโคโรน่า

นักวิจัยจากวิศวะ ม.มหิดล ต่อยอด  3 นวัตกรรมช่วยรับมือไวรัสโคโรน่า ทั้งหุ่นยนต์แพทย์อัจฉริยะ ป้องกันบุคลากรทางการแพทย์ติดเชื้อ ถุงเคลื่อนย้ายผู้ป่วย  และระบบเอไอช่วยคัดกรองข่าวปลอม

เมื่อวันที่ 11ก.พ. ที่มหวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  แถลงข่าวการคิดค้น 3 นวัตกรรมรับมือไวรัสโคโรน่า  โดย รศ.ดร.จักรกฤษณ์  ศุทธากรณ์ คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 ที่กำลังแพร่ในประเทศจีนและอีก 27 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสุขภาพ เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมเดินทางท่องเที่ยวมหาศาล

เพื่อเตรียมความพร้อมคนไทย ร่วมมือร่วมใจฝ่าวิกฤติในภาวะเสี่ยงจากโรคอุบัติใหม่ไวรัสโคโรน่านี้ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล  จึงได้คิดค้น 3 นวัตกรรมที่พร้อมช่วยเหลือผู้ที่เกี่ยวข้องในการรับมือไวรัสโคโรน่า รวมถึงภัยพิบัติอื่น ๆ   ประกอบด้วย หุ่นยนต์แพทย์อัจฉริยะ หรือ Doctosight สำหรับการวินิจฉัยและรักษาผ่านระบบโทรเวช    ถุงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในการป้องกันเชื้อโรคและสารเคมี และระบบเอไอ คัดกรองข่าวปลอมในเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรนา

สำหรับหุ่นยนต์แพทย์อัจฉริยะ  รศ.ดร.จักรกฤษณ์   ซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า ทีมวิจัยได้มีพัฒนาหุ่นยนต์ทางการแพทย์มาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นด้านระบบเทเลเมดดิซีนหรือโทรเวช (Telemedecine)   เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์ ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งในภาวะวิกฤติไวรัสโคโร

ทีมวิจัยจึงนำมาต่อยอดเป็นหุ่นยนต์ แพทย์อัจฉริยะ Doctosight สำหรับการวินิจฉัยและรักษาโรคในเวอร์ชั่นล่าสุด ที่ช่วยให้แพทย์และบุคลากรไม่ต้องเข้าใกล้หรือสัมผัสผู้ป่วยโดยตรง ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ  โดยแพทย์สามารถให้คำปรึกษากับคนไข้ผ่านตัวหุ่นยนต์ และช่วยในการลดภาระการทำงานของแพทย์ พยาบาล เช่น วัดชีพจร วัดความดันเลือด วัดอัตราการเต้นของหัวใจ เป็นต้น ส่วนกลางของตัวหุ่นยนต์ออกแบบเป็นช่องเก็บของ  ช่วยลำเลียงยาและวัสดุไปยังคนไข้ ซึ่งเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน โดยหุ่นยนต์สามารถที่จะทำงานร่วมกัน หลายตัวได้

ปัจจุบันหุ่นยนต์ในเวอร์ชั่นเดิมได้มีการทดสอบใช้งานจริงในโรงพยาบาลในเครือข่ายของมหาวิทยาลัย   ส่วนเวอร์ชั่นใหม่ที่ปรับปรุงขึ้นอยู่ระหว่างการทดสอบใช้งานคาดว่าจะนำร่องไปใช้งานที่รพ.รามาธิบดีและรพ.ศิริราขได้เร็ว ๆ นี้

รศ.ดร.จักรกฤษณ์    กล่าวว่า สำหรับนวัตกรรมถุงเคลื่อนย้ายผู้ป่วยในการป้องกันเชื้อโรคและสารเคมี  ทีมวิจัยได้ทำร่วมกับสำนักวิจัยฯ  ของกองทัพอากาศ  โดยเป็นถุงสำหรับการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย ที่มีคุณสมบัติในการป้องกันไม่ให้อากาศด้านในไหลสู่ด้านนอกเพื่อเป็นการป้องกันการปนเปื้อนของสารเคมีหรือสิ่งปนเปื้อนในถุงไปสู่ภายนอกถุง ใช้สำหรับเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อ ป้องกันไม่ให้แพร่เชื้อสู่ผู้อื่น   ซึ่งงานวิจัยนี้สามารถที่จะรองรับการใช้งานได้ทันที   เพราะผลิตได้อย่างรวดเร็ว

ด้านดร.สุเมธ   ยืนยง   อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล หัวหน้าโครงการระบบ AI คัดกรองข่าวปลอมในเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรน่า กล่าวว่า งานวิจัยดังกล่าว ทำร่วมกับผศ.ดร.นริศ หนูหอม และ ดร. กลกรณ์ วงศ์ภาติกะเสรี   ทั้งนี้ในภาวะที่มีวิกฤติการแพร่ระบาด หรือ วิกฤติฉุกเฉินต่าง ๆ   จะมี สื่อต่างๆ โดยเฉพาะ โซเชียลเน็ตเวิร์ก (Social Network)  นำเสนอข่าวที่ส่งผลให้ประชาชนเกิดการตื่นกลัวและวิตกกันเป็นจำนวนมาก

เนื่องจากบทความและข่าวสารบนโลกโซเชียลนั้นมีความหลากหลายทั้งเรื่องของเนื้อหา สาระ และความถูกต้อง   และมีทั้งเนื้อหาที่เป็นข้อเท็จจริง ความคิดเห็นส่วนตัว และข่าวปลอม (Fake News)  แม้จะมีการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมขึ้น  แต่ก็ยังต้องใช้เวลาในการตรวจสอบเป็นจำนวนมาก ทำให้ไม่สามารถยับยั้งข่าวปลอมที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์ไปอย่างรวดเร็วได้

 “ทีมวิจัยจึงได้คิดค้นนวัตกรรม ระบบ AI คัดกรองข่าวปลอมในเรื่องการระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019  คาดจะแล้วเสร็จภายใน 1 เดือน  โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอตรวจจับข่าวปลอม ช่วยลดระยะเวลาการตรวจสอบข่าวสารที่แชร์บนโลกออนไลน์ และเผยแพร่ข่าวสารข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง  ทั้งนี้ปัจจุบันการตรวจสอบดังกล่าวสามารถใช้งานได้กับข้อความ อนาคตจะพัฒนาเพิ่มเติมให้สามารถตรวจสอบได้ทั้งภาพประกอบข้อความรวมถึงคลิปวิดีโอต่าง ๆ  ได้อีกด้วย”

ที่มา : dailynews.co.th

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here