“เน็ตฟลิกซ์” หนุนพัฒนาทักษะดิจิทัลในอาเซียน

เน็ตฟลิกซ์ ผู้ให้บริการคอนเทนต์บันเทิงระดับโลก ลงนามในข้อตกลงกับสภาเศรษฐกิจโลก มุ่งพัฒนาทักษะดิจิทัลเชิงสร้างสรรค์ในอาเซียน เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งความสร้างสรรค์ ความปลอดภัยในโลกออนไลน์ และแนวทางบริหารจัดการเพื่อความคล่องตัว

เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม เน็ตฟลิกซ์ ได้ลงนามในข้อตกลงร่วมกับคณะทำงานด้านดิจิทัล อาเซียนของสภาเศรษฐกิจโลก (World Economic Forum) เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พัฒนาขีดความสามารถและทักษะด้านดิจิทัลเชิงสร้างสรรค์ และเตรียมพร้อมสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4

ข้อตกลงดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ASEAN Digital Skills Vision 2020” โดยสภาเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐและกลุ่มบริษัทเอกชน ภายใต้จุดมุ่งหมายเพื่อฝึกฝน พัฒนาทักษะดิจิทัลแก่แรงงาน 20 ล้านคนในอาเซียนภายในปี 2563 โครงการดังกล่าวนับเป็นภารกิจที่เร่งด่วน เนื่องจากการสำรวจความคิดเห็นของเยาวชนในอาเซียนกว่า 56,000 คนโดยสภาเศรษฐกิจโลกพบว่า เยาวชน 52 เปอร์เซ็นต์ เชื่อว่าพวกเขาต้องหมั่นพัฒนาทักษะด้านต่างๆ เพื่อให้ประสบความสำเร็จในตลาดแรงงาน โดยเยาวชนผู้ตอบแบบสอบถาม ไดัจัดอันดับให้ความคิดสร้างสรรค์และศักยภาพเชิงนวัตกรรม เป็นทักษะที่สำคัญอันดับหนึ่งที่ต้องมีในอนาคต

นายยู-ชวง เคว๊ก กรรมการผูัจัดการ ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ของเน็ตฟลิกซ์ กล่าวว่า ในขณะที่ธุรกิจของเน็ตฟลิกซ์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เราได้ร่วมมือกับรัฐบาลในประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และพันธมิตรร่วมอุตสาหกรรม เพื่อสนับสนุนการพัฒนาทักษะดิจิทัลเชิงสร้างสรรค์ ซึ่งมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับธุรกิจความบันเทิงทางอินเทอร์เน็ตที่กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว เราเชื่อว่าการมีทักษะที่จำเป็นสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ การมีความรู้ในเรื่องดิจิทัลและความปลอดภัยในโลกออนไลน์ ตลอดจนเข้าใจถึงแนวทางการบริหารจัดการเพื่อความคล่องตัว เป็นสิ่งที่สำคัญในการบรรลุผลของแผนแม่บทการเชื่อมโยงอาเซียน หรือ ASEAN Connectivity Master Plan

นายจัสติน วู้ด หัวหน้าฝ่ายเอเชียแปซิฟิก และสมาชิกคณะกรรมการบริหารของสภาเศรษฐกิจโลก กล่าวว่า เรามีความยินดีที่พันธมิตรทางอุตสาหกรรมอย่างเน็ตฟลิกซ์ ได้ร่วมมือในข้อตกลงอันสำคัญนี้ การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐบาลและเอกชนในลักษณะนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมาก เพื่อรับรองว่าสังคมและรัฐบาลทั่วภูมิภาคจะได้รับการส่งเสริมทักษะที่จำเป็น และไม่ล้าหลังในยุคแห่งการปฏิวัติเทคโนโลยีนี้ จวบจนปัจจุบัน โครงการได้ส่งผลดีอย่างเห็นได้ชัด โดยในช่วง 8 เดือนแรกตั้งแต่ริเริ่มโครงการ เราได้ดำเนินการอบรมบุคลากรในภาควิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวน 8.9 ล้านคน รวมถึงจัดหาตำแหน่งฝึกงานให้กับแรงงานกว่า 30,000 คน ตามข้อตกลงที่ตั้งไว้

ที่มา: Dailynews

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here