3 ค่ายมือถือ ผนึก ปตท ลุยเทสต์ 5จี จุดพลุ พลิกโฉมหน้าอุตฯ ยุคใหม่

3 ค่ายมือถือ ผนึกปตท ลุยทดสอบคลื่น 5จี เอไอเอส-ทรู ลุยทดสอบ 5G แซนด์บ็อกซ์ในโครงการทดสอบพื้นที่วังจันทร์วัลเล่ย์ ขณะที่ ดีแทค ผุด 5G คลื่น 26 GHz ตอบโจทย์ใช้งานกล้องตรวจการณ์อัจฉริยะ พร้อมต่อยอดเพิ่มบริการใหม่สู่พื้นที่ EECi

นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย หัวหน้าคณะผู้บริหาร กลุ่มลูกค้าองค์กรบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (เอไอเอส) กล่าวว่า ความร่วมมือกับ ปตท. ในฐานะ Strategic Partner ที่ร่วมทำงานกันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปตท.ไว้วางใจใช้บริการจากเอไอเอส และการร่วมทดลองทดสอบนำไอโอทีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการท่อส่งก๊าซ ซึ่งประสบผลสำเร็จอย่างดียิ่ง

โดยล่าสุดกับโครงการ 5G x UAV Sandbox เอไอเอสได้ขยายเครือข่าย 5จี ให้ครอบคลุม เพื่อรองรับยูส เคสในภาคอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยำเทคโนโลยีประเภท Unmanned Aerial Vehicle – UAV มาทดลองทดสอบด้วยเช่นกัน อาทิ อากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรนวิศวกรรม และกล้องตรวจการ 360 องศา ที่จะช่วยในการบริหารจัดการระบบรักษาความปลอดภัยในโรงงาน รวมไปถึงการทดลองทดสอบหุ่นยนต์ลาดตระเวณ 5G Self Control ที่ตอบโจทย์การทำงานในพื้นที่เสี่ยงที่วังจันทร์วัลเล่ย์ จ.ระยอง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่นก็เป็นอีกบริษัทที่ผสานความร่วมมือกับปตท. โดยทรูฯพัฒนาโซลูชัน True 5G Surveillance Drone เพื่อเปิดมิติใหม่ในการนำเทคโนโลยี 5จี มาเพิ่มความสามารถการใช้งานโดรน โดยกลุ่มทรูติดตั้งเครือข่ายทรู 5จีในพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ และได้พัฒนาระบบนิเวศดิจิทัล AI, Robotics, Deep Data Analytics, Cloud และ Smart IoT เพิ่มประสิทธิภาพโดรนลาดตระเวนติดกล้องที่เชื่อมต่อและควบคุม รับส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์

ขณะที่ รายงานข่าวจาก บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ระบุว่า ดีแทคจับมือ ปตท. นำ 5G IoT บนคลื่น 26 GHz หรือ Millimeter wave (mmWave) สู่การพัฒนาโครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์เพื่อ EECi

โดยประเดิม use case กล้องตรวจการณ์ (surveillance cameras) รับยุคความปกติใหม่ (new normal) ผู้บริหารสามารถควบคุมระยะไกลประสิทธิภาพสูงจากทุกพื้นที่ทั่วโลก แต่สามารถติดตามเรียลไทม์เสมือนนั่งควบคุมที่ EECi จ.ระยอง เผย ปตท. มั่นใจการใช้ 5G และดิจิทัลเพื่อการทำงานทุกที่ พร้อมเดินหน้าปูทางสู่เมืองวิจัยนวัตกรรมของประเทศ ดีแทคพร้อมต่อยอด 5G สู่การใช้งานทุกกลุ่มอุตสาหกรรมต่อไป

สำหรับกล้องตรวจการณ์อัจฉริยะที่ ปตท. นำมาติดตั้งที่ EECi เป็นกล้องมีความละเอียดสูง Ultra-HD ใช้งานติดตั้งประจำที่ด้วยพลังซูมถึง 55 เท่า เพื่อตรวจการณ์ ค้นหา ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยสามารถควบคุมจากระยะไกล ถ่ายทอดภาพเคลื่อนไหวและไฟล์เสียงแบบเรียลไทม์ ด้วยข้อมูลความละเอียดสูงที่ต้องรับ-ส่งผ่านเครือข่ายมีขนาดมหาศาลจำเป็นต้องใช้การรับส่งผ่านจากสัญญาณดีแทค 5G ด้วยคลื่น 26 GHz เพื่อตอบโจทย์ให้กล้องตรวจการณ์อัจฉริยะได้ใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งให้ศักยภาพได้เหนือกว่าการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายและผ่านไฟเบอร์ในรูปแบบอื่น

นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค กล่าวว่า “ดีแทคมองเส้นทางสู่การพัฒนา 5G ที่ยั่งยืนในประเทศไทยนั้น มีเงื่อนไขแห่งความสำเร็จที่ต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจังนั่นคือ การก้าวสู่ 5G โดยคลื่นความถี่ที่ต้องมาปฏิวัติรูปแบบการใช้งาน หรือ use-case พร้อมกับองค์ประกอบที่เกื้อหนุนกัน และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน (collaboration) เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนา 5G ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศไทย”

นายประเทศ ตันกุรานันท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มเทคโนโลยี ดีแทค กล่าวเพิ่มเติมว่า “เมื่อคำนึงถึงคุณสมบัติของเทคโนโลยีและรูปแบบการใช้งาน จะเห็นได้ว่าคลื่นความถี่ 26 GHz เหมาะสมที่จะพัฒนาการใช้งาน 5G เพื่ออุตสาหกรรมและกลุ่ม B2B ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะพัฒนาด้วยคลื่นที่มีปริมาณความจุเพื่อรองรับการใช้งานและการตอบสนองที่แม่นยำ เพื่อการใช้งานแบบ อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things) คือการเชื่อมโยงของอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งบริการทางไกลเพื่อสุขภาพต่างๆ การเชื่อมต่อเครื่องจักรและหุ่นยนต์ และรองรับการใช้งานรับ-ส่งข้อมูลปริมาณมากที่มีความเสถียรของโซลูชั่นกล้องตรวจการณ์”

นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยว่า โครงการพัฒนาพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์เพื่อเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก ตั้งอยู่ที่ ต.ป่ายุบใน อ.วังจันทร์ จ.ระยอง บนพื้นที่ 3,454 ไร่ เป็นโครงการที่ ปตท. มุ่งหวังที่จะสร้างความร่วมมือทุกภาคส่วน ช่วยขับเคลื่อนการวิจัย และพัฒนานวัตกรรม ให้เกิดขึ้นและประสบความสำเร็จในระดับที่สามารถนำไปสร้างธุรกิจใหม่ ๆ ตามแนวคิด Powering Thailand’s Transformation เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันและขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลง พร้อมพัฒนาสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ดังนั้น ปตท. จึงได้ร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน หลายฝ่าย รวมถึง บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จํากัด (มหาชน) หรือดีแทค โดยใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติที่สำคัญของเทคโนโลยี 5G ในการพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรมต่าง ๆ

นายวิทวัส สวัสดิ์-ชูโต ประธานเจ้าหน้าที่เทคโนโลยีและวิศวกรรม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวเสริมว่า โครงการ 5G x UAV SANDBOX เป็นการเปิดพื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ให้ผู้สนใจ
ทุกภาคส่วนได้ทดสอบนวัตกรรมต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพความเร็วในการรับส่งข้อมูล เพื่อการตอบสนองที่ไวขึ้น ซึ่งปัจจุบันได้นำศักยภาพของ 5G ไปทดลองใช้เป็น Use cases ต่าง ๆ รวมถึง UAV (Unmanned Aerial Vehicle) และการจัดการการบิน โดย ปตท. และพันธมิตรร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยีในโครงการโครงการ 5G x UAV SANDBOX

คลื่น 26 GHz หรือ Millimeter wave (mmWave) 5G มีคุณสมบัติในการให้บริการเหนือกว่า 4G ดังนี้

  • ความเร็ว (Speed) – ด้วยกล้อง ultra-HD ที่ใช้งานในโครงการ ปตท. จะต้องการความเร็วอัปโหลดถึง 11 Mbps ซึ่ง 4G อาจจะไม่รองรับได้เพียงพอ ดังนั้น คลื่น mmWave 5G สามารถตอบโจทย์ได้ โดยคลื่นดังกล่าวให้ความเร็วในการทดสอบระดับโลกในการอัปโหลด 40-1000 Mbps
  • ความจุช่องสัญญาณ (Capacity) – ในการพัฒนาใช้งานสู่อนาคตที่ต้องการการเชื่อมต่อที่รองรับกล้อง ultra-HD เป็นจำนวนหลายร้อยจุด ทำให้สัญญาณ 4G จะไม่เพียงพอในการตอบสนองได้ แต่สำหรับคลื่น mmWave 5G ให้ความจุของช่องสัญญาณรองรับมากกว่า 3-4 เท่าเมื่อเทียบกับ 4G จึงทำให้รองรับประสิทธิภาพได้มากยิ่งขึ้น
  • ความเชื่อมั่น (Reliability) – 5G สามารถนำมาใช้งานอย่างไว้วางใจเมื่อต้องการความปลอดภัยและความต่อเนื่องมากกว่า 4G ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการใช้งานเช่นวิดีโอที่ต้องทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่ให้ภาพสะดุด เช่น 5G สามารถแบ่งการให้บริการแบบเจาะจงด้วย network slicing ดังนั้นการใช้งานในรูปแบบ IoT ของ ปตท. จะสามารถใช้ช่องสัญญาณเพื่อความเสถียรในการใช้งานแยกจากการให้บริการกับลูกค้าทั่วไป

นายราจีฟ บาวา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจลูกค้าองค์กร ดีแทค กล่าวเพิ่มเติมว่า “นอกจากกล้องตรวจการณ์อัจฉริยะ 5G ที่ได้ใช้งานแล้ว ดีแทคยังร่วมทดสอบกับ ปตท.ในส่วนของ 5G FWA หรือ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงประจำที่ พร้อมทั้งยังมีแผนความร่วมมือต่อไปในส่วนของโซลูชั่นอื่นๆ เทคโนโลยีการสื่อสารมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจเพื่อรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในยุคดิจิทัล ทั้งยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งเชิงเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาวอีกด้วย”

ทั้งนี้ ดีแทคยังเตรียมแผนที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรมและพันธมิตรต่างๆ ให้ทดสอบและใช้งาน 5G คลื่น 26 GHz ใน use case รูปแบบต่างๆ อีกมากมาย อาทิ โซลูชั่นควบคุมไฟฟ้าอัจฉริยะเพื่อธุรกิจ (Smart MDB) ระบบรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ (Smart Security) เซ็นเซอร์คลังสินค้า (Warehouse Sensors) ระบบแจ้งเตือนผล (Intelligent Report) ระบบติดตามรถยนต์ (Smart Tracking – Vehicle) และ ระบบเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) เป็นต้น

ที่มา: bangkokbiznews.com

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here