- อุตสาหกรรมท่าเรือของจีนในปี 2568 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ทั่วประเทศเพิ่มขึ้น 6.8% และท่าเรือ 10 แห่งกลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลก
- ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ครองอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 นำทัพท่าเรือสำคัญ 10 แห่งของจีน เช่น หนิงโป-โจวซาน และเซินเจิ้น ที่มีปริมาณขนส่งสินค้าสูงเป็นอันดับต้นๆ
- ปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตมาจากการส่งออก “สินค้าสามกลุ่มใหม่” (รถยนต์ไฟฟ้า, แบตเตอรี่ลิเธียม, เซลล์แสงอาทิตย์) และการพัฒนานวัตกรรม “ท่าเรืออัจฉริยะ” และ “ท่าเรือสีเขียว”
- ท่าเรือจีนกำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “ท่าเรือของโรงงานโลก” สู่ “ศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานโลก” เพิ่มศักยภาพการแข่งขันกับท่าเรือชั้นนำอื่น ๆ เช่น สิงคโปร์
เว็ปไซต์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในประเทศ นครเฉิงดู ประเทศจีน รายงานสถานการณ์ อุตสาหกรรมท่าเรือจีน ปี 2568 ว่า ปี 2568 อุตสาหกรรมท่าเรือจีน ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยข้อมูลล่าสุดจากกระทรวงคมนาคมจีนระบุว่า ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่ผ่านท่าเรือทั่วประเทศในปี 2568 อยู่ที่ 354.47 ล้าน TEU เพิ่มขึ้น 6.8 % เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์นำเข้า–ส่งออกระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นถึง 9.8 % สูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ในช่วงต้นปี
ท่าเรือจีน 10 อันดับแรก ไม่เพียงเป็นเสาหลักของอุตสาหกรรมท่าเรือจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลกอีกด้วย
10 อันดับท่าเรือจีน ประกอบด้วย
1. ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ผ่านท่า 55.063 ล้าน TEU ครองอันดับ 1 ของโลกต่อเนื่องเป็นปีที่ 16
2. ท่าเรือหนิงโป–โจวซาน ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ผ่านท่า 43.87 ล้าน TEU ทะลุระดับ 40 ล้าน TEU เป็นครั้งแรก เพิ่มขึ้น 11.6 %
3. ท่าเรือเซินเจิ้น ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ผ่านท่า มากกว่า 35 ล้าน TEU โดยเป็นตู้สินค้าการค้าต่างประเทศจำนวน 33.156 ล้าน TEU
4. ท่าเรือชิงต่าว ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ 34.2 ล้าน TEU เพิ่มขึ้น 6.3 % เมื่อเทียบกับปีก่อน
5. ท่าเรือกว่างโจว ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ 27.68 ล้าน TEU (หากรวมข้อมูลการขนส่งทางน้ำภายใน จะมากกว่า 28 ล้าน TEU)
6.ท่าเรือเทียนจิน ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ 20.81 ล้าน TEU (บางสถิติระบุว่าเกิน 24 ล้าน TEU)
7. ท่าเรือเซี่ยเหมิน ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ 12.5077 ล้าน TEU เพิ่มขึ้น 2.06 % เมื่อเทียบกับปีก่อน
8. ท่าเรือซูโจว ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ 10.21 ล้าน TEU เป็นครั้งแรกที่ทะลุระดับ 10 ล้าน TEU
9.ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้ ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ 10.06 ล้าน TEU เป็นครั้งแรกที่ทะลุระดับ 10 ล้าน TEU
10. ท่าเรือรื่อจ้าว ปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ 7.37 ล้าน TEU เพิ่มขึ้น 9.84 % เมื่อเทียบกับปีก่อน
แนวโน้มในอนาคตของท่าเรือจีน
1. ท่าเรือเซี่ยงไฮ้ และท่าเรือหนิงโป–โจวซาน จะยังคงเป็นผู้นำระดับโลก และมีแนวโน้มสร้างแรงกดดันต่อท่าเรือสิงคโปร์มากยิ่งขึ้น
2. ท่าเรือเซินเจิ้น จะได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการส่งออก “สามกลุ่มสินค้าใหม่” โดยเฉพาะรถยนต์พลังงานใหม่
3. ท่าเรือชิงต่าว และท่าเรือเทียนจิน จะได้รับแรงสนับสนุนจากการเติบโตของเศรษฐกิจภาคเหนือและการปฏิรูปบูรณาการท่าเรือซานตง ซึ่งจะช่วยผลักดันการพัฒนาในระยะต่อไป
4. ท่าเรือซูโจว ในฐานะต้นแบบของท่าเรือแม่น้ำภายในประเทศ จะยังคงได้รับประโยชน์จากการเติบโตของการส่งออก “สามกลุ่มสินค้าใหม่”
5. ท่าเรืออ่าวเป่ยปู้ ในฐานะ “ดาวรุ่งแห่งการเติบโต” มีแนวโน้มรักษาอัตราการขยายตัวสูงต่อเนื่องในอีกหลายปีข้างหน้า
โดยภาพรวม อุตสาหกรรมท่าเรือของจีนกำลังก้าวผ่านจากรูปแบบ “การนำเข้าและส่งออกปริมาณมหาศาล” ไปสู่ “การพัฒนาคุณภาพสูง” และกำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “ท่าเรือของโรงงานโลก” ไปสู่ “ศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทานโลก” ท่าเรือชั้นนำทั้ง 10 แห่งนี้ จึงไม่เพียงเป็นพยานของการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญดังกล่าว แต่ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงด้วย









![Captain America: Civil War – Official “Spider-Man” TV Spot #30 [HD]](https://thailandlogistics.com/wp-content/uploads/2017/12/maxresdefault-5-218x150.jpg)














