‘วิกฤติพลังงาน’ พ่นพิษ ฉุดปริมาณขนส่งโลจิสติกส์ดิ่ง 20%

สหพันธ์การขนส่งทางบกฯ เผยปัญหาราคาน้ำมันลามต้นทุนรอบด้าน ฉุดปริมาณการขนส่งและโลจิสติกส์ในระบบลดลงประมาณ 15-20% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

สถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง ส่งลผกระทบต่อราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศไทย โดยเฉพาะราคาดีเซล ที่เคยขึ้นไปถึงลิตรละ 50 บาท ในเดือน เม.ย.2569 ถึงแม้ราคาจะลดลงแต่ยังทรงตัวในระดับสูง

นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย (LTFT) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ต้นทุนน้ำมันผันผวนในช่วงที่ผ่านมา ภาคขนส่งได้ปรับอัตราค่าบริการขึ้นในช่วงแรก คือวันที่ 1 เม.ย.2569 เป็นช่วงที่น้ำมันราคา 40 บาท

แต่สำหรับการประกาศปรับครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 6 เม.ย.2569 ซึ่งเป็นช่วงน้ำมันแตะ 50 บาท พบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังปรับค่าบริการ เนื่องจากไม่ต้องการให้กระทบต่อลูกค้า เป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและไปเป็นภาระต่อประชาชน

อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการภาคขนส่งในขณะนี้ แบกรับต้นทุนนอกจากราคาน้ำมันแล้ว ยังมีต้นทุนด้านอื่นปรับขึ้นรอบด้าน ที่ชัดเจนที่สุดคือ น้ำมันเครื่อง สารหล่อลื่น กรองเครื่อง กรองอากาศ และกรองโซล่า ปรับขึ้นไปถึง 25%

นอกจากนี้ยังมียางรถยนต์ที่ปรับขึ้นประมาณ 20-25% รวมถึงแบตเตอรี่ น้ำมันเกียร์ และเฟืองท้ายที่ปรับขึ้นทั้งหมด อุปกรณ์ที่ใช้ในการซ่อมบำรุงและอะไหล่ต่างๆ ก็ปรับราคาขึ้นเช่นกัน

ทั้งนี้ ปัญหาภาคขนส่งที่แบกรับต้นทุนรอบด้านนั้น ยังเผชิญปัญหาความต้องการขนส่ง (Demand) ลดลง โดยปริมาณการขนส่งและโลจิสติกส์ในระบบลดลงประมาณ 15-20% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

กลุ่มที่ยังคงที่และไปได้ดี คือ สินค้าอุปโภคบริโภค ที่ส่งไปยังศูนย์กระจายสินค้า สินค้านำเข้า-ส่งออก เนื่องจากมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตจึงยังไม่ได้รับผลกระทบ

รวมทั้งสหพันธ์การขนส่งฯ ยืนยันว่าเพื่อไม่ให้ต้นทุนของลูกค้าเพิ่มขึ้น และไปกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชน ในระยะสั้นนี้จะยังไม่มีการปรับราคาค่าขนส่งเพิ่ม เพราะไม่อยากซ้ำเติมประชาชน

“ตอนนี้เรากำลังเฝ้าดูว่ารัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร จะมีการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบหรือไม่ หรือจะเลือกปรับบางส่วนตามที่กลุ่มทุนต้องการ หากรัฐบาลปรับตามใจกลุ่มทุนมากเกินไปก็อาจจะต้องออกมาทำอะไรบ้าง”

ที่มา<<<https://www.bangkokbiznews.com/economics/1232394

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here